
การเดินทางบนเส้นทางแห่งธรรมที่เริ่มต้นจากการเป็น "ผู้รับ" ธรรมทาน สู่การลงมือปฏิบัติด้วย "อริยมรรคมีองค์ ๘" เผชิญหน้ากับ "ความทุกข์และนิวรณ์" และฝึกฝน "สติในชีวิตประจำวัน" นั้น ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์อันงดงามและเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผลลัพธ์ที่ว่านี้ไม่ใช่ความร่ำรวยทางวัตถุหรือการมีชื่อเสียงเกียรติยศ แต่เป็นความสมบูรณ์พร้อมจากภายใน เป็นชีวิตที่ "เบ่งบาน" ด้วยคุณธรรม เปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริง และในท้ายที่สุด วงจรแห่งการให้นี้จะสมบูรณ์เมื่อผู้ที่เคยเป็นผู้รับได้แปรเปลี่ยนตนเองไปสู่การเป็น "ผู้ให้" ธรรมทานแก่ผู้อื่นต่อไป เป็นการสืบทอดแสงสว่างแห่งปัญญาให้คงอยู่คู่โลกใบนี้
ผลของการปฏิบัตินั้นจะปรากฏให้เห็นทั้งต่อตนเองและต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งและยั่งยืน ผลต่อตนเอง: ความสุขที่แท้จริงและความสงบจากภายใน ก่อนที่จะได้พบกับธรรมะ ชีวิตของคนส่วนใหญ่มักจะวิ่งไล่ตามความสุขจากภายนอก ซึ่งเป็นความสุขที่ต้องพึ่งพิงวัตถุ บุคคล หรือสถานการณ์ต่างๆ เป็นความสุขที่ฉาบฉวย ไม่จีรัง และมักจะเจือปนด้วยความกังวลว่าจะสูญเสียมันไป แต่เมื่อได้ปฏิบัติธรรมจนเกิดสติและปัญญา ความสุขที่เกิดขึ้นจะเป็น "ความสุขประณีต" ที่มาจากภายใน (Internal Locus of Happiness)
ผลต่อผู้อื่น: ชีวิตที่เบ่งบานด้วยพรหมวิหาร ๔ เมื่อไฟทุกข์ในใจของผู้ปฏิบัติได้มอดดับลงด้วยน้ำแห่งธรรมแล้ว สิ่งที่จะแผ่ขยายออกมาจากใจโดยธรรมชาตินั้นคือคุณธรรมอันประเสริฐที่เรียกว่า "พรหมวิหาร ๔" ซึ่งเป็นธรรมะสำหรับปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทำให้ชีวิตของผู้ปฏิบัติไม่เพียงแต่เป็นสุขเพื่อตนเอง แต่ยังสร้างประโยชน์สุขให้แก่คนรอบข้างและสังคมอีกด้วย
วงจรที่สมบูรณ์: จากผู้รับสู่ผู้ให้ธรรมทาน เมื่อชีวิตของผู้ปฏิบัติได้เบ่งบานเต็มที่ด้วยความสงบสุขภายในและคุณธรรมที่แผ่ไพศาลสู่ภายนอกแล้ว เขาก็จะกลายเป็น "ธรรมทาน" ที่มีชีวิต เป็นแสงสว่างที่เคลื่อนที่ได้ การดำเนินชีวิตอย่างมีสติและเปี่ยมด้วยเมตตาของเขานั้นเอง คือการให้ธรรมะแก่ผู้คนรอบข้างได้อย่างทรงพลังที่สุดโดยไม่ต้องเอ่ยคำสอนแม้แต่คำเดียว ผู้คนจะเกิดความสงสัย ศรัทธา และอยากเจริญรอยตาม
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความเข้าใจในคุณค่าอันมหาศาลของธรรมะที่ได้เปลี่ยนชีวิตตนเองมาแล้ว เขาจะเกิดความกรุณาและปรารถนาที่จะแบ่งปัน "ของขวัญอันประเสริฐสุด" นี้ให้แก่ผู้อื่นต่อไป อาจจะเป็นการแนะนำหนังสือธรรมะ ชวนเพื่อนไปปฏิบัติธรรม แบ่งปันข้อคิดดีๆ หรือเป็นกัลยาณมิตรรับฟังปัญหาและชี้แนะแนวทางแห่งสติให้แก่ผู้ที่กำลังสับสนหลงทาง
นี่คือวงจรที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดของการให้ธรรมะ... จากการเป็น "ผู้รับ" ที่เปิดใจรับแสงสว่าง สู่การเป็น "ผู้เดินทาง" ที่มุ่งมั่นปฏิบัติจนเกิดผล และท้ายที่สุดกลายเป็น "ผู้ให้" ที่ส่องสว่างนำทางให้แก่ผู้อื่นต่อไป เป็นการสร้างคลื่นแห่งความดีงามและปัญญาที่แผ่ขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะธรรมทานหนึ่งชีวิต สามารถจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตอื่นได้อีกนับไม่ถ้วน นี่คืออานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของ "สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ" อย่างแท้จริง