
"กรรม" เป็นหนึ่งในหลักคำสอนที่เป็นแก่นของพระพุทธศาสนาและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่บ่อยครั้งก็ถูกเข้าใจอย่างคลาดเคลื่อนไปจากความหมายที่แท้จริง หลายคนอาจมองว่ากรรมเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า หรือเป็นอำนาจลี้ลับที่คอยลงโทษมนุษย์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลักเรื่อง "กรรม" ที่พระพุทธองค์ทรงสอนนั้น คือกฎธรรมชาติที่ว่าด้วยเหตุและผลอันสมเหตุสมผลและยุติธรรมที่สุด เป็นกฎที่ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนคือผู้ลิขิตชีวิตของตนเองผ่านการกระทำทางกาย วาจา และใจ การทำความเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เรามีหลักในการดำเนินชีวิตที่งดงาม มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และสร้างสรรค์อนาคตที่ดีได้ด้วยมือของเราเอง
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ" แปลว่า "ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาเป็นตัวกรรม" หัวใจสำคัญของกรรมจึงอยู่ที่ "เจตนา" หรือความจงใจ ความตั้งใจที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การกระทำใดๆ ที่ปราศจากเจตนา เช่น การเดินเหยียบมดโดยไม่ตั้งใจ หรือการละเมอพูดในขณะหลับ ไม่ถือว่าเป็นกรรมที่ให้ผลอย่างสมบูรณ์
กรรม คือ "การกระทำ" ที่ประกอบด้วยเจตนา ซึ่งแสดงออกได้ 3 ทาง (กรรม 3) ได้แก่:
ในบรรดากรรมทั้ง 3 นี้ "มโนกรรม" หรือความคิด ถือเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะความคิดที่แน่วแน่จะนำไปสู่การพูดและการกระทำในที่สุด การฝึกควบคุมความคิดจึงเป็นพื้นฐานของการสร้างกรรมดี
กรรมสามารถแบ่งตามคุณภาพได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
การให้ผลของกรรม (วิบาก) มีความซับซ้อนและไม่ได้เป็นไปอย่างตายตัวแบบ 1+1=2 เสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความแรงของเจตนา สภาพของบุคคลผู้กระทำ สภาพของบุคคลผู้ถูกกระทำ และกรรมอื่นๆ ที่เคยทำมาในอดีตและปัจจุบัน โดยทั่วไป การให้ผลของกรรมแบ่งตามเวลาได้เป็น 4 ระดับ:
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ผลของกรรมดีไม่สามารถลบล้างการกระทำของกรรมชั่วได้ และผลของกรรมชั่วก็ไม่สามารถลบล้างการกระทำของกรรมดีได้เช่นกัน แต่กรรมที่ทำในปัจจุบันสามารถมีอิทธิพลต่อการให้ผลของกรรมในอดีตได้ เปรียบเสมือนการเติมน้ำลงในแก้วน้ำเกลือ หากเราทำกรรมดี (เติมน้ำจืด) อยู่เสมอ ความเค็ม (ผลของกรรมชั่ว) ก็จะเจือจางลง แม้เกลือจะยังคงอยู่ แต่รสชาติเค็มจัดก็เบาบางลงได้
การมีความเชื่อมั่นในกฎแห่งกรรมอย่างถูกต้อง (กัมมัสสกตาญาณ) ก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิตอย่างมหาศาล:
ดังนั้น กฎแห่งกรรมจึงไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นหลักการแห่งเหตุผลที่ส่งเสริมให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีสติ มีปัญญา และมีความรับผิดชอบ เป็นกฎที่ให้อิสรภาพแก่เราในการเลือกที่จะสร้างสรรค์อนาคตที่ดีงามให้แก่ตนเองและสังคมได้อย่างแท้จริง